มติ ครม. 13 ม.ค.68 รัฐบาลส่งสัญญาณ เดินหน้าสถานบันเทิงครบวงจร นับเป็นเขตพัฒนาพิเศษเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของครอบครัวระดับโลก นำเสนอประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวรวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง
ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและเสียงทัดทาน ไปฟังมุมคิดผู้ที่อยากเห็นเมกะโปรเจกต์ผุดขึ้นในประเทศไทยในฐานะเป็นหนึ่งในคณะทำงานร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชุดที่มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นิกเนมว่า “จอม” นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง บอกให้เห็นภาพที่รัฐบาลต้องยกระดับการพัฒนาศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ
โดยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่เข้ามา ภาคการท่องเที่ยวไทยขาดการลงทุนขนาดใหญ่มาได้ระยะหนึ่ง อย่างล่าสุดเมื่อปี 2541 ผุดสเตเดียมราชมังคลากีฬาสถาน รัฐบาลถึงอยากสร้าง “เมน เดสติเนชัน” หรือจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมาเที่ยวแถวเอเชีย มาไทย เพราะมี “Sand Sea Sun Culture” ขณะนี้เริ่มคิดไปเวียดนามบ้างแล้ว แต่ตอนนี้เวียดนามระดมสร้างกระเช้าเต็มไปหมด เพื่อสร้าง เมน เดสติเนชัน ดึงดูดนักท่องเที่ยว ในแต่ละหัวเมืองของจีนก็ก่อสร้าง เมน เดสติเนชัน มันเป็นเทรนด์ใหม่ๆ
“จุดนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยต้องการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถยกระดับขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง มีแรงจูงใจใหม่ๆ เป็นตัวบูทเตอร์ให้การท่องเที่ยว
ได้ทั้งเม็ดเงินการลงทุน นักท่องเที่ยวเข้ามา คนไทยได้โอกาส ช่องทางทำกินมหาศาลที่จะถูกเปิดขึ้นจากเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์
ไม่เถียงว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเดสติเนชันระดับต้นๆของโลกอยู่แล้ว แต่ถ้ามันมีตัวช่วยอีกแรง สมมติมีอินดอร์ สเตเดียม ที่สามารถจัดแสดงคอนเสิร์ตระดับโลกได้ทั้งปี
พอมีคอนเสิร์ตบ่อยครั้ง คนไทยก็มีโอกาสได้ดูศิลปินระดับโลกมากขึ้น เหมือนที่สิงคโปร์สเตเดียม จัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้งมูลค่ามหาศาลดึงดูดนักท่องเที่ยว”
แถมเป็นส่วนหนึ่งแก้ปัญหาการพนัน-ธุรกิจใต้ดิน
ปัจจุบันคนไทยบางส่วนเล่นพนันผิดกฎหมาย ไปบ่อนในประเทศหรือตามตะเข็บชายแดนไทย เงินเหล่านี้ไหลออกเป็นสีเทา เข้าไปหล่อเลี้ยงคอลเซ็นเตอร์กลับมาหลอกคนไทย เข้าไปหล่อเลี้ยงวงจรยาเสพติด ค้ามนุษย์ คนที่ไปเล่นก็มีความเสี่ยงอาจถูกลักพาตัว เงินที่ได้มาถูกเจ้าหนี้นอกระบบตาม
ถ้านำเงินที่คนไทยไปเล่นตามตะเข็บชายแดนหรือตามบ่อนผิดกฎหมายเอาขึ้นมาในระบบ บนมาตรการควบคุมชัดเจนห้ามเล่นเกินเท่าไหร่ในแต่ละวัน เงินเหล่านี้ก็กลับมาอยู่ในระบบภาษี เอาไปใช้พัฒนาสิ่งต่างๆได้ ขอย้ำมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ส่วนปมแก้ไขพนันออนไลน์ เป็นอีกกรณีที่รัฐบาลต้องทำ รวมถึงจะจัดการเว็บหลอกลวงอย่างไร โดยหลายภาคส่วนต้องร่วมกันทำ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่เคยเคลมว่ามันเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์มาปุ๊บ การพนันผิดกฎหมายหายไป 100%ทั้งหมดมาพร้อมกับบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด
ตรงนี้รัฐบาลพยายามผลักดันโดยไม่รอให้ทุกอย่างพร้อมก่อนถึงทำ สามารถทำไปหลายๆอย่างได้พร้อมกัน
ส่วนสาเหตุที่เล็งการลงทุนขนาดใหญ่ในด้านนี้เข้ามา ด้านหนึ่งอยากได้ประสบการณ์จากเจ้าใหญ่ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย ยูเออี ดึงประสบการณ์นั้นเข้ามา เช่น เขาลดผลกระทบทางสังคมได้อย่างไร ออกมาตรการเยียวยาคนติดการพนันอย่างไร มีระบบควบคุมการฟอกเงินอย่างไร
เอามาตรฐานระดับโลกเข้ามาช่วยกำกับ เป็น “Local Government” ตาม พ.ร.บ.สถานบันเทิง ครบวงจร มีคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร (คกก.นโยบายฯ) มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ประกอบการยังถูกกำกับโดยองค์กรระดับโลกอีกชั้นหนึ่งด้วย สมมติทำผิด อาจโดนปรับ โดนยึดใบอนุญาตในหลายประเทศด้วยก็ได้
ถึงเชื่อมั่นไม่เกิดปัญหาฟอกเงิน-ผลกระทบสังคม
“เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์แต่ละที่ ในส่วนของพื้นที่เล่นเขามีมาตรการป้องกัน ในห้องเล่นเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
มีกล้องวงจรปิดเยอะมาก ไม่ได้จับคนโกงเท่านั้น จับพฤติกรรมการเล่นด้วย ถ้าเห็นคนที่เข้ามาทุกวันก็ต้องมีระบบแจ้งเตือน ต้องตรวจสอบว่าคนนี้มีปัญหา มีโอกาสติดการพนันหรือไม่
หรือถ้าเริ่มเล่นสั่งเหล้ามาดื่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เริ่มวางไพ่แรง เริ่มโยนเหรียญทิ้ง ระบบเอไอจับทันที ส่งคนเข้าไปชาร์จ เพื่อให้หยุดเล่นให้ใจเย็นๆ”
ฉะนั้นข้อวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบ ทั้งเป็นแหล่งฟอกเงินหรืออะไรก็ตาม ผมสามารถชี้แจงได้หมดทั้งหมดทำตามมาตรฐานระดับโลก การฟอกเงินไม่มีทางเกิดขึ้น
โมเดลเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ทั่วโลกเปลี่ยน พยายามทำให้เป็นเฟรนด์ลีที่สุด เล่นเพื่อสนุกนิดหน่อย มีมาตรการกำกับดูแล ไม่อยากให้เกิดผลกระทบทางสังคม
ขอย้ำรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เน้นการลงทุน มีขั้นตอนคัดกรองประสบการณ์บริษัทที่ลงทุนดูว่าเปิดมากี่ประเทศ เคยทำขนาดไหน มีเบื้องหลังอย่างไร มีประวัติปัญหาฟอกเงินหรือไม่
รายได้ระหว่างเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ กับกาสิโนไทยคาดสัดส่วนต่างกันเท่าไหร่ นายศึกษิษฏ์ บอกว่า อยู่ที่โมเดลแต่ละประเทศ โมเดลสิงคโปร์ สมมติรายได้ของเกมมิ่งหรือกาสิโนอาจจะ 10% เมื่อเทียบกับนอนเกมมิ่งหรือพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา โรงแรม ฯลฯ ถึงจำเป็นต้องสร้างตัวสถานบันเทิงครบวงจร
“เพราะธุรกิจอื่นที่อยู่ในสถานบันเทิงครบวงจร เช่น สเตเดียม สวนสาธารณะ สวนน้ำ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์แสดงโอท็อป ศูนย์วัฒนธรรม ถ้ามาด้วยตัวเองไม่มีทางคุ้มทุน
ถึงได้ดึงเข้ามาทั้งยวง ลงทุนขนาดใหญ่ โดยใช้กาสิโนเป็นส่วนหนึ่งในการเอารายได้เหล่านี้ไปช่วยหล่อเลี้ยงธุรกิจเหล่านี้ อันนี้ของสิงคโปร์ 50 ต่อ 50
แต่ 50% ของเกมมิ่ง ย่อยลงอีกกว่า 80% ของตัวรายได้เกมมิ่งมาจากลูกค้าวีไอพี เราไปดูโมเดลสิงคโปร์ ไม่ได้สนใจคนวอล์กอินเท่าไหร่ รายได้หลักมาจากลูกค้าวีไอพีที่เล่นอยู่บนห้องไพรเวท”
ประเทศไทยเล็งใช้โมเดลสิงคโปร์ นายศึกษิษฏ์ บอกว่า เราดูหลายโมเดล เบื้องต้นขอเลือกโมเดลสิงคโปร์ เพราะประสบความสำเร็จที่สุด มีเพียง 2 ใบ อนุญาต แต่ขอให้ลงทุนขนาดใหญ่
รัฐบาลเริ่มถูกตั้งข้อสังเกตมีผลประโยชน์ทับซ้อน นายศึกษิษฏ์ บอกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเดียว คือ รัฐบาลต้องทำนโยบายนี้ออกมาให้ดี ถึงได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ยิ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ยิ่งต้องทำให้ดีที่สุด
สิ้นปี 68 คงได้เห็นการตอกเสาเข็มเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์แห่งแรก นายศึกษิษฏ์ บอกว่า ลงเสาเข็มเมื่อไหร่ ให้ดูขั้นตอนในฝ่ายนิติบัญญัติ และเซตอัปสำนักงานกำกับการประกอบสถาบันเทิงครบวงจร
สรรหาเลขาธิการสำนักงานฯ คกก.นโยบายฯแต่งตั้ง โดย ครม.เห็นชอบ คาดใช้เวลาเพราะต้องเอาคนที่มีประสบการณ์เข้ามา เสนอขึ้นมาว่าสถานที่ไหนเหมาะสม
อยากได้อะไรในเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ใน 10 เมนู แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ในฐานะผมดูเรื่องเอกซ์คลูซีฟคอนเสิร์ต สมัยนาย เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ มอบหมายให้ไปดูพบว่าสิ่งที่ไทยขาด คือ อินดอร์ สเตเดียมขนาดใหญ่ จุคนได้ 3-5 หมื่นคน จัดกิจกรรมขนาดใหญ่ได้หลากหลายในกรุงเทพฯยังขาดสิ่งนี้
คาดคงเริ่ม 1 แห่งก่อน ไม่คิดว่าเป็น 5 แห่งพร้อมกัน เพื่อเรียนรู้ไปสัก 3-5 ปีก่อนค่อยขยาย ตั้งใจทำให้ได้ภายในรัฐบาลนี้ อย่างน้อย ให้ใบอนุญาต บริษัทที่ได้ต้องมีเงินจดทะเบียน 1 หมื่นล้านบาท
ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเริ่มสตาร์ตทันที.
ที่มา Thairat