ไพ่จะมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ คนจะจินตนาการเอาไปจับ ใส่ในความคิดของตัวเอง เช่น 2 ตัด 3 ตัด ทรงตึก หรือ ปิงปอง ซึ่งวันนี้จะมาขยายมุมมองให้ดูแตกต่างออกไป นั่นคือ รูปแบบ ตัด ตาม และรอง โดยมีเงื่อนไขยังไงบ้าง ไปดูกันเลย
รูปแบบตัด คือ เมื่อเกิด P หรือ B 1 ตัวให้แทงไปฝั่งตรงข้ามหรือด้านขวาเลย เช่นในรูป

จากรูปด้านบน เราจะเห็นได้ว่า เค้า main เป็น BBPBPB ถ้ามาในรูปแบบนี้เราสามารถเล่นฉีกออกขวา อย่างเดียวได้ โดยจะผิดในรูปแบบที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขึ้นตัวที่ 2 และ 3 ติดกัน เช่น BPPP จะผิดไม้1 และ 2 ตามลำดับ แต่ถ้าขึ้น 4 ตัวติดกันเมื่อไหร่ นั่นแปลว่า เราจะแพ้ 4 ไม้ กู้จะเข้าสู่รูปแบบมังกร ต่อไป
รูปแบบตามตัวรองหรือตัวก่อนหน้า คือการแทงในลักษณะ ที่ตัวหน้าออกอะไร ก็เล่นตัวนั้น ซ้ำๆไปเลย โดยวิธีนี้ จะทำให้เรา เอาชนะในชั่วขณะที่ไพ่สวยๆ ได้เช่นกัน เช่นในรูป

จากรูปด้านบน เมื่อเราเล่นตัด มาจนถึงมังกร ตัวที่ 4 แล้ว นั่นหมายความว่า เราจะแพ้ 3 ไม้ ซึ่งก็ไม่ควรเล่นตัดอีกต่อไป เพราะจะทำให้เรา เสียเยะกว่าจะออกน้ำเงิน ดังนั้น ทฤษฏีตัวรอง ก็เหมาะสม ในจังหวะนี้ หรือ ถ้าเล่นตามตัวรอง ตั้งแต่ต้นขอนก็ทำได้เช่นกัน โดย ตัวรองกับเล่นตัด จะสามารถใช้ร่วมกันได้ดี เพราะเป็นจังหวะต่อเนื่องและเชื่อมกัน ซึ่งเล่นตัวรองนี้ จะพ่ายแพ้ให้กับรูปแบบ 22 หรือ ลูกคู่ เช่น PPBB ก็จะแพ้ 3 ไม้ เช่นกัน นี่คือ จุดแพ้ของ ตัวรอง
รูปแบบ ตัวตาม คือ ออกตัวไหนแทงตามตัวล่าสุด วิธีนี้จะใช้ได้ผลดีอย่างมาก ในกรณีที่เป็นรูปแบบทรงตึก และไม่ปิงปองไม่เกิน 3 ตัว เช่นในรูป

จากรูปนี้ เราจะเล่นได้ว่า ถ้าเราเล่น ตัวรอง เราจะเกือบแพ้ และเราเล่นตัวตัด เราจะเล่นไม่ได้เลย ดังนั้น รูปแบบที่เหมาะสมคือ เล่นตัวก่อนหน้า โดยในรูปตัวต่อไปแทง P ตามลงไปเลย จนกว่าจะออก ปิงปอง 3 ตัว นั่นคือจุดแพ้ของรูปแบบนี้
เมื่อเรานำความรู้ทั้ง 3 ชุดมารวมกัน เราก็จะเห็นเลยว่า ใน 1 ขอนจะมี 3 ส่วนี้ประกอบอยู่เสมอๆ ซึ่งนั่นคือจุดพิฆาต สำหรับเรา เพราะการที่แต่ละรูปแบบสลับฝั่ง นั้นทำให้เรา เกือบแย่ หรือตายห่าเลย

เดี่ยวบทความหน้า จะมาพูดถึงรูปแบบของ ขอนที่ เป็นเกรด A B C เพื่อให้ท่านสามารถนำไปจำและเล่นได้ เพื่อเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
เว็บนี้สะดวก มั่นใจ ปลอดภัย บริการมั่นคง RG4